ร้อง สคบ.”บริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของประเทศไทย” หลอกลวงให้ซื้อบ้านหรู

ร้อง สคบ.”บริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของประเทศไทย” หลอกลวงให้ซื้อบ้านหรู

วันนี้ (30 พ.ค.60) ลูกบ้านมัณฑนา 4 กว่าร้อยหลังคาเรือนยื่นคำร้องต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค กรณี บริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของประเทศไทยปกปิดบิดเบือนการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูง จาก 230 กิโลโวลต์ เป็น 500 กิโลโวลต์ ทำให้เกิดความเสียหายกว่าพันล้านบาท “เหมือนถูกหลอกลวงให้ซื้อบ้าน” หลังจากต้องทำงานทั้งชีวิตเพื่อสร้างความสุขของครอบครัว ลูกบ้านมัณฑนา 4 ยื่นร้องเรียนต่อ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

นำโดย ทันตแพทย์พงษ์เอก ตาดทอง, นางสาวหนึ่งฤทัย มอริซ, นางศิริรัตน์ ชาติรุ่ง เป็นตัวแทนลูกบ้านกว่า 100 หลังคาเรือน เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในกรณีเกี่ยวกับการปกปิดข้อมูลสำคัญที่ทางบริษัทฯรับทราบมาก่อนหน้าแล้ว และมีผลต่อการตัดสินใจซื้อบ้านของลูกบ้าน ในประเด็นเรื่องการขยายขนาดเสาไฟฟ้าแรงสูงจาก 230 กิโลโวลต์ (230Kv) ไปเป็นขนาด 500 กิโลโวลต์ (500 Kv) ซึ่งขนาดเสาไฟฟ้าจะมีขนาดใหญ่มากขึ้นถึง 3 เท่าจากเดิม (ประมาณเทียบเท่าขนาดตึก 20 ชั้น) การก่อสร้างที่จะเกิดขึ้นจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี ทำให้พื้นที่บริเวณส่วนกลางที่ลูกบ้านจะใช้สอยถูกริดรอนไป

และเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จจะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมภายในบริเวณหมู่บ้าน และรวมถึงขนาดกำลังไฟที่เพิ่มขึ้นยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในบริเวณหมู่บ้านมากน้อยอย่างไร และจำนวนสายไฟจากต้นเสา 230 Kv จาก 6 เส้นเป็น 24 เส้นตามขนาด 500 Kv พาดผ่านสวนสาธารณะในหมู่บ้านทำให้ทัศนียภาพที่เลวร้ายลงจากการโฆษณาที่ทางโครงการได้แสดงไว้ว่า “บ้านสบาย สร้างเสร็จก่อนขาย สบายใจเพราะได้เห็นบ้านจริง แปลงจริง วิวจริง เสร็จสมบูรณ์ทั้งหลัง หมดปัญหาเรื่องคนงานก่อสร้าง เพราะสร้างเสร็จก่อนขายทั้งเฟส”

ทั้งนี้ เมื่อลูกบ้านได้ทราบข่าวการขยายขนาดเสาไฟฟ้าแรงสูงจากทางการไฟฟ้า จึงได้ทำการติดต่อกับทางบริษัทอสังหาริมทรัพย์เพื่อขอให้ทางบริษัทฯแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นในกรณีที่ปกปิดข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อบ้านตั้งแต่เดือนม.ค.2559 จนถึงเดือนก.พ.2560 แต่ทางบริษัทฯเพิกเฉย ไม่แสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ลูกบ้านจึงได้รวมตัวกันมาร้องเรียนที่สคบ. เพื่อขอความเป็นธรรม


อนึ่ง มูลค่ารวมราคาบ้านเฉลี่ยตกหลังละ 10 ล้านบาทของกลุ่มลูกบ้านที่เรียกร้องต่อบริษัทอสังหาริมทรัพย์จำนวนกว่าร้อยหลังคาเรือนมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งลูกบ้านได้รับความทุกข์ระทมจากสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่อง จากต้องทำงานอย่างหนัก หาเงินมาทั้งชีวิตเพื่อผ่อนบ้านในฝัน ลงหลักปักฐานสร้างครอบครัวที่มั่นคง การตัด สินใจซื้อบ้านจึงคัดเลือกจากหลายโครงการและได้เลือกฝากชีวิตไว้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของประเทศไทย แต่กลับโดนปกปิดข้อมูลสำคัญทำให้ตัดสินใจมาซื้อบ้านที่โครงการนี้ กระทั่งปิดโครงการเรื่องจึงแดงออกมา และลูกบ้านรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่งที่ไม่ได้รับข่าวสารนี้จากทางบริษัทฯ โดยตรง เพราะบรรยากาศในโครงการไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ รู้สึกเหมือนถูกหลอกลวง โดนเอารัดเอาเปรียบและไม่ได้รับความเป็นธรรม

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก หนังสือพิมพ์ สยามโฟกัสไทม์   http://www.siamfocustimenews.com