พิจิตรชาวบ้านรอบเหมืองทองร่วมใจทำดอกดารารัตน์หรือดอกไม้จันทร์ถวายในพระราชพิธีถวายพระเพลิง ร.9

พิจิตรชาวบ้านรอบเหมืองทองร่วมใจทำดอกดารารัตน์หรือดอกไม้จันทร์ถวายในพระราชพิธีถวายพระเพลิง ร.9

 


วันที่ 8 มิ.ย. 2560 นายโสภณพงษ์ เหตานุรักษ์ นายอำเภอทับคล้อ จ.พิจิตร ได้เป็นประธานในการจัดกิจกรรมโครงการจัดสวัสดิการและกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องประชุม อบต.เขาเจ็ดลูก โดย นายกฤษณะ ก้อนแก้ว นายกอบต.เขาเจ็ดลูก ร่วมกับ นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไปด้านกิจการภายนอก บ.อัครารีซอร์สเซส จำกัด(มหาชน) ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำชาตรีรวมถึง กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ครู-นักเรียน ผู้นำชุมชนและพนักงานของเหมืองทองอัคราจำนวนกว่า 100 คน ที่รวมพลังกันเป็นจิตอาสามาร่วมกันทำดอกดารารัตน์หรือดอกไม้จันทร์ถวายในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 และเป็นการแสดงความจงรักภักดี
โดยการจัดทำดอกดารารัตน์ในครั้งนี้จะจัดทำขึ้นจำนวน 4,530 ดอก หรือ 60%ของจำนวนประชากร เพื่อใช้สนับสนุนการจัดงานพระราชพิธีฯ ซึ่งการเรียนและการทำดอกดารารัตน์หรือดอกไม้จันทน์ในครั้งนี้มีวิทยากรจาก อบต.พระพุทธบาทจังหวัดเพชรบูรณ์มาเป็นผู้ให้ความรู้และสอนถึงเทคนิคการนำวัสดุจากธรรมชาติ อาทิเช่น ใบตองแห้งหรือเปลือกข้าวโพดที่สามารถหาได้ในท้องถิ่นมาเป็นวัสดุในการทำ ซึ่งไม่ต้องไปซื้อหาให้เปลืองเงิน ซึ่งก็เป็นการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์และดอกดารารัตน์ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง บรรยากาศของการเรียนการสอนทุกคนต่างตั้งอกตั้งใจที่จะทำให้ดีที่สุดเพื่อเป็นการน้อมถวายความจงรักภักดีแด่พระองค์ท่าน

สำหรับดอกดารารัตน์ เป็นดอกไม้ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังมิได้ราชาภิเษกสมรส ขณะนั้นพระราชินีหรือม.ร.ว.หญิงสิริกิติ์ กิติยากร ทรงประทับอยู่ที่ปารีส เนื่องจากพระบิดาของพระองค์เป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศส ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 นั้นทรงศึกษาและประทับอยู่ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ หากพอมีเวลาว่างครั้งใดในหลวงก็มักจะทรงขับรถยนต์ด้วยพระองค์เองข้ามพรมแดนมาเยี่ยมเยียนพระราชินีอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ในหลวงเสด็จมา ก็จะมีดอกไม้มาให้พระราชินี และดอกไม้ที่พระองค์นำมาให้เป็นประจำก็คือดอกไม้สีเหลืองดังกล่าวนี้เอง ดอกไม้นี้มีชื่อว่า ดอกแดฟโฟดิล อันเป็นที่มาของ ความรัก ความผูกพันของทั้งสองพระองค์ ซึ่ง เป็นดอกไม้ที่มีความหมายถึง ความหวัง และ เกียรติยศ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าขณะนี้ถึงแม้เหมืองแร่ทองคำชาตรีจะยุติการประกอบกิจการตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา แต่ทางบริษัทก็ยังคงมีพนักงานอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่งประมาณ 10-15 คน ที่ยังคงเดินหน้าทำกิจกรรมมวลชนและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม สนับสนุนกิจกรรมในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพราะยังมีความหวังว่าหากมีผลพิสูจน์ตามหลักวิชาการแล้วพบว่าเหมืองแร่ทองคำแห่งนี้ไม่ได้สร้างมลพิษหรือมลภาวะก็จะได้กลับมาเดินเครื่องเปิดกิจการอีกครั้งหนึ่งได้อย่างแน่นอนเพราะธุรกิจการทำเหมืองทองเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างงาน สร้างอาชีพ และทำเงินเข้าประเทศได้ปีละนับหมื่นล้านบาท

สิทธิพจน์ ข่าวภูมิภาคพิจิตร

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก หนังสือพิมพ์ สยามโฟกัสไทม์   http://www.siamfocustimenews.com