สองสามีภรรยาวัย 55 ปีชาวอำเภอกระแสสินธุ์ เพาะเห็ดหลินจือแดง ปีแรกประสบความสำเร็จขายสร้างรายได้อย่างงาม

สองสามีภรรยาวัย 55 ปีชาวอำเภอกระแสสินธุ์ เพาะเห็ดหลินจือแดง ปีแรกประสบความสำเร็จขายสร้างรายได้อย่างงามเลี้ยงครอบครัว และจดทะเบียนเป็นสินค้าOTOPของอำเภอกระแสสินธุ์ไปแล้ว เตรียมขยายพื้นที่และหาแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาให้เป็นเชิงธุรกิจโดยมีนายอำเภอกระแสสินธุ์เข้ามาดูแลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นพี่เลี้ยง


ที่ฟาร์มเห็ดบุหลัน ของนายเอกชัย –นางนิตยา เพชรรัตน์ สองสามีภรรยาวัย 55 ปี หมู่ที่ 7 ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ซึ่งได้ประกอบอาชีพเพาะเห็ดนางฟ้ามาตลอด 2 ปีโดยผลิตก้อนเชื้อเพาะเห็ดเองและเมื่อต้นปี 2560 ได้ทำการทดลองเพาะเห็ดหลินจือแดงเพิ่มขึ้นอีก 1 ชนิดเนื่องจากเป็นเห็ดที่มีคุณค่าในเรื่องสรรพคุณทางยาที่เป็นสารแอนติอ๊อกซิแดนช์ มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระลดการเกิดมะเร็ง รวมถึงการป้องกันมะเร็งได้อีกด้วย จึงทำให้เห็ดหลินจือมีราคาสูง และตลาดมีความต้องการสูง โดยมีบุตรชายที่เป็นนักศึกษา ปีที่ 2 คณะเทคโนโลยี การเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา นำความรู้ที่ได้เรียนมาและค้นคว้าการเพาะเห็ดหลินจือแดงทางอินเตอร์เนทเข้ามาช่วยพ่อแม่ในการทดลองเพาะเห็ดหลินจือแดงจนพ่อแม่ประสบความสำเร็จสามารถเพาะเห็ดหลินจือแดงได้เองและสามารถเป็นวิทยากรบรรยายขั้นตอนการเพาะเห็ดหลินจือแดงได้อย่างคล่องแคล่ว


สำหรับโรงเพาะเห็ดของนางนิตยา เพชรรัตน์ มี โรงเพาะเห็ดนางฟ้า 5 โรงและโรงเพาะเห็ดหลินจือแดง 2 โรง โรงแรกเพาะไว้ 3,000 ก้อน ติดดอก 2,000 กว่าก้อน เสีย 200 ก้อน ถือเป็นเรื่องปรกติ ส่วนอีกโรง 5,000 ก้อน จะเก็บผลผลิตได้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า ในวันนี้เป็นการเก็บผลผลิตเห็ดหลินจือแดงโรงแรก สำหรับครั้งนี้เป็นการเก็บครั้งที่ 6 โดยเก็บ 10 วันต่อ 1 ครั้งและรุ่นนี้จะเก็บทั้งหมด 12 ครั้ง จึงจะหมดรุ่นในรอบนี้ หลังจากเก็บเห็ดแล้วก็จะนำไปตัดให้เป็นชิ้นๆแล้วนำไปตากแดดให้เห็ดแห้งสนิท 3 แดด 3 วัน เนื่องจากไม่มีตู้อบแห้ง จึงต้องใช้วิธีธรรมชาติในการทำให้เห็ดแห้งสนิทแล้วใส่ถุงนำมาขายถุงละ 100 บาท


ในส่วนรายได้จากการเก็บดอกเห็ดของโรงแรกที่เพาะไว้ 3,000 ก้อน ติดดอก 2,000 กว่าก้อนจะอยู่ที่ 60,000 บาทของการเพาะเห็ดรอบนี้ ส่วนอีกโรง 5,000 ก้อน ที่จะเก็บผลผลิตได้อีกไม่เกิน 2 เดือน คาดว่า รายได้จากการเก็บดอกเห็ดจะอยู่ที่ 120,000 บาทของการเพาะเห็ดรอบนี้
ในขณะเดียวกันนางนิตยา เพชรรัตน์ ได้จดทะเบียนเห็ดหลินจือแดงเป็นสินค้าโอทอปของอำเภอกระแสสินธุ์ไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีนายสุพัชรพงศ์ วรประดิษฐ์ นายอำเภอกระแสสินธุ์ เข้ามาดูแลในเรื่องของขั้นตอนกระบวนการผลิตซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากที่จะทำให้เห็ดมีคุณภาพ เนื่องจากยังไม่มีเครื่องอบแห้ง ส่วนเรื่องของแหล่งเงินทุนที่จะนำมาขยายโรงเพาะเห็ดหลินจือแดงและซื้อตู้อบแห้ง ได้มีการประสานทางเกษตรเพื่อหาเงินทุนSME รวมทั้ง ธกส.ก็เข้ามาเยี่ยมที่ฟาร์มเห็ดพร้อมให้สินเชื่อดอกเบี้ยถูก รวมทั้งประสานพลังงานจังหวัดสนับสนุนตู้อบแห้ง ซึ่งเป็นกรรมวิธีที่สำคัญที่จะทำให้เห็ดหลินจือแดงมีความสะอาดและมีคุณภาพ และประสานพัฒนาชุมชนเพื่อปรับปรุงพัสดุภัณฑ์ให้ดูดีมีคุณภาพและดูน่าซื้อ


นางนิตยา เพชรรัตน์ บอกว่า เพิ่งจะเริ่มทำเป็นปีแรก ประมาณ 8 พันก้อน ผลผลิตออกมาดีมากเขาออกดอกพร้อมกันหมดทุกถุง ออกมาสวยมาก เพราะว่าอากาศที่นี่ดี เราก็รู้ว่าเห็ดหลินจือออกดอกยาก ที่นี่น้ำประปาไม่มีคลอรีนน้ำเป็นธรรมชาติ ตอนนี้ที่เก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ประมาณ 3,000 ก้อน อีกโรงหนึ่ง 5,000 ก้อน ที่จะได้เก็บเกี่ยวต่อไปอีกไม่เกิน 2 เดือน ในด้านตลาดลูกชายจะขายทางไลน์และขายกับชาวบ้านด้วย ชาวบ้านที่นี่เขาซื้อไปกินอาการดีขึ้น เบาหวานลดความดันก็ขายดิบขายดีเหมือนเทน้ำเทท่าเลย โดยเราขายห่อขนาดทดลองห่อละ 100 บาท แต่ถ้าเราทำขนาดทดลองห่อละ1 กิโลกรัมราคา 2,000 บาทก็คงจะขายยาก เราทำห่อละ 100 บาท เราทำแบบช่วยชาวบ้าน คนงานก่อสร้างก็มีสิทธิ์กินเห็ดหลินจือได้ คือเราอย่าทำจนแพงเกินทำแบบเขากินได้เรากินได้

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก หนังสือพิมพ์ สยามโฟกัสไทม์   http://www.siamfocustimenews.com