ชาวอยุธยา…กว่า 50 คน ร้อง!!ต่อกระทรวงยุติธรรม..ถูกนายทุนไร่ที่

ชาวอยุธยา…กว่า 50 คน ร้อง!!ต่อกระทรวงยุติธรรม..ถูกนายทุนไร่ที่

วันที่20พฤศจิกายน2560 เวลา11.00น.นางสาวปาลพัชร์ หาวิธี อายุ 40ปีตัวแทนชาวบ้านแม่ลา ม.6 ต.เสนา อ.อุทัย จ.พระนครศรี อยุธยา พร้อมด้วยนายอ้อ หาวิธี อายุ51ปี กำนันผู้ใหญ่บ้านและชาว บ้านแม่ลากว่า50คนเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมเพื่อร้องขอความเป็นธรรมหลังจากได้รับ ความเดือดร้อนโดนกลุ่มนายทุนขับไล่ต้องออกจากพื้นที่อยู่อาศัยเดิม กว่า9 หลังคาเรือนซึ่งในพื้นที่นั้นมีชาวบ้านอาศัยอยู่ประมาณ 40-50 ชีวิตต้องไร้ที่อยู่อาศัยทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ด้านนางสาวปาลพัชร์ หาวิธี ตัวแทนชาวบ้านกล่าวว่าจากที่ดินและ โฉนดที่ตนอยู่นั้นได้อาศัยอยู่กันมาตั้งแต่ปู่ย่า ตายายจนกระทั่งมาถึง รุ่นลูกรุ่นหลานซึ่งได้ครอบครองมานานกว่า70 ปีโดยมีที่ดินอยู่ประ มาณ 11 ไร่ 3 งาน 66 ตารางวา

ที่ดินดังกล่าวมีการซื้อที่ดินมาตั้ง แต่ปีพ.ศ.2488โดยมีโฉนดที่ดินได้ออกถูกต้องตามกฎหมายโดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าพนักงานที่ดินได้ประทับตราลงนามเป็น ที่เรียบร้อยตั้งแต่ปี 2521 โดยมีตราครุฑสีแดงมีหลักหมุดและหลัก เขตที่ชัดเจนซึ่งชาวบ้านใช้เป็นที่อยู่อาศัยและทำมาหากินทำอาชีพ เกษตรกรเลี้ยงตนเองแต่เมื่อมีกลุ่มนายทุนและมีตำแหน่งข้าราชการ ระดับสูงมาแจ้งกับตนเองว่าจะต้องทำการรื้อถอนและย้ายที่อยู่อาศัย ออกจากพื้นที่เนื่องจากพื้นที่ๆพวกตนอาศัยอยู่นั้นได้ไปรุกร้ำพื้นที่ของ กลุ่มนายทุนและกล่าวต่ออีกว่าเมื่อปี2548 ได้มีกลุ่มนายทุนมาครอบ งำพื้นที่ของตนแต่ตนไม่ได้เอะใจอะไรเพราะโฉนดที่ดินได้แจ้งไว้ว่ามี 11 ไร่เท่าเดิมจากนั้นตนจึงเกิดความสงสัยเนื่องจากโฉนดที่ดินที่ตน มีก็มีตราครุฑแดงประทับที่หัวโฉนดอย่างถูกต้องตามกฎหมายและ ก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้เคยนำโฉนดพื้นที่ดังกล่าวไปจำนองกับ ธนาคารหรือนำไปยื่นเรื่องเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินมาแล้วอีกด้วย

ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็มีการอนุมัติถูกต้องทุกครั้งด้านตัวแทนชาวบ้านกล่าวอีกว่า ดังนั้นวันนี้พวกตนและชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนทุกๆคนจึง มาขอความเป็นธรรมอยากให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ว่าที่ จริงนั้นพื้นที่ผืนนั้นเป็นพื้นที่ของใครและโฉนดที่ดินที่มีตราครุฑแดง ประทับนั้นใช้ได้จริงหรือไม่เพราะเวลานี้ชาวบ้านในพื้นที่กว่า 40-50ชีวิตและเด็กได้รับผลกระทบและได้รับความเดือดร้อนเป็น อย่างมากเนื่องจากไม่มีที่อยู่อาศัยและต้องย้ายออกจากพื้นที่ ตามคำสั่งศาลภายในวันที่ 19 ธันวาคมนี้ ด้าน พ.ต.อ.ดุษฏี รองปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่าตนจะรับเรื่อง ราวร้องทุกข์ไว้โดยจะมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ไปลงพื้นที่ทำการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวทั้งหมดทั้งพื้นที่ๆถูกครอบ ทับโฉนดที่ดินแต่ในช่วงที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบนั้นชาวบ้าน จะต้องย้ายออกจากพื้นที่ดังกล่าวภายในวันที่ 19 ธันวาคมนี้เนื่อง จากคำสั่งศาลเป็นคำสั่งที่สูงสุดและยังไม่มีเหตุผลอื่นมาแย้งแต่หาก มีหลักฐานที่สำคัญเพิ่มเติมจะมายื่นเรื่องอีกครั้ง

 

อัฑฒ์ สุทธารักษ์ บก.บริหาร/หนังสือพิมพ์ 4 เหล่าทัพ/รายงาน