ชาวบ้าน ต.เขาดิน จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมเปิดโลกใหม่กับ EEC ไม่หวั่นคนนอกป่วน (ชมคลิป)

ชาวบ้าน ต.เขาดิน จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมเปิดโลกใหม่กับ EEC ไม่หวั่นคนนอกป่วน

 

 

จากกรณีที่สส.พรรคอนาคตใหม่ ร่วมแถลงข่าวกรณีมีประชาชนหลายชุมชนในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ชลบุรี ได้ทำหนังสือร้องเรียนมายังพรรคอนาคตใหม่หลายครั้ง ระบุได้รับผลกระทบจากการใช้ผังเมือง EEC และขอเรียกร้องให้สำนักงานพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ยุติการพิจารณาให้ความเห็นชอบผังเมืองรวม EEC และดำเนินการจัดทำใหม่ตั้งแต่ต้นโดยให้ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้มีโอกาสเข้าร่วมนั้น


ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ชาวบ้าน ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้ออกมารวมตัวชี้แจงถึงข้อเท็จจริง โดยระบุ อย่าเอาพื้นที่เขาดินเป็นพื้นที่ ต่อสู้ทางการเมือง ขอให้เห็นใจคนในพื้นที่ ที่อาศัยอยู่จริงและต้องการความเจริญที่รอคอยมานาน ผ่านร้อนผ่านหนาวร่วมทุกข์ร่วมสุขกับโครงการมาอย่างยาวนาน พอจะได้รับการบังคับใช้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้ากลับถูกกลุ่มคนไม่หวังดีเข้ามาขัดขวางก่อกวนในรูปแบบต่างๆ ทุกวิถีทาง เพื่อให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงานของโครงการ และดึงเข้าไปเป็นเกมการเมือง


ซึ่งไม่เป็นธรรมและไม่เป็นผลดีกับชาว ต.เขาดิน ในทุกครัวเรือน ที่ต้องการให้มีการพัฒนาโครงการฯ ต่อไปอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นไปตามแผนอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดกับชาวบ้าน จึงอยากวิงวอนรัฐบาลช่วยสานต่อโครงการให้สำเร็จโดยเร็วและอย่าหลงเชื่อข้อมูลผิดๆจากผู้ไม่หวังดีและหวังผลประโยชน์จากนอกพื้นที่ เข้ามาอ้างตัวว่าทำเพื่อรักษาประโยชน์ให้ชาวบ้านในพื้นที่นั้นไม่ใช่เรื่องจริง ขอให้ฟังจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่จริงดีกว่า


นาย อมรทิพย์ อ้นขวัญเมือง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.เขาดิบ กล่าวว่า ผมอยู่ที่เขาดินมา 30 ปี ทำอาชีพค้าขาย เปิดร้านซักรีดและเย็บใบจากเป็นอาชีพเสริม รายได้ในการขายส่งใบจากไม้ละ 3-5 บาท รายได้ไม่แน่นอนอยู่ที่คนซื้อมากน้อยแค่ไหน หากไม่มีคนซื้อก็ไม่มีรายได้บางที 6 เดือนไม่มีคนซื้อเลย ถ้ามีคนซื้อโดยเฉลี่ยรายได้ตกราวเดือน 3 – 4,000 บาทไม่ได้มากมายเป็นเพียงรายได้เสริม สำหรับชาวเขาดินวันนี้เหมือนโลกเปลี่ยนไป ตั้งแต่มีโครงการ อีอีซี เข้ามา มีผู้คนเข้ามาในพื้นที่เพิ่มขึ้น การค้าการขายคึกคักขึ้น รายได้ก็ดีขึ้น


ถามว่าโครงการนี้ส่งผลกระทบอะไรไหม แน่นอนคนที่เช่าที่ดินเขาอยู่ เมื่อเจ้าของที่ดินเขาจะขายก็เป็นสิทธิ์ของเจ้าของเขา คนไม่มีที่ทำกินเป็นของตัวเองอาจไม่กระทบ ส่วนคนที่ได้รับผลกระทบไม่มีที่อยู่ ทางโครงการบลูเทคซิตี้ ก็มีการจัดสรรที่ดินปลูกสร้างที่อยู่อาศัยให้ได้มีโอกาสครอบครองเป็นเจ้าของ ซึ่งตรงนี้ เป็นไปได้อยากจะฝากให้พิจารณาดูแลคนเขาดินทั้งผู้ได้รับผลกระทบ และไม่ได้รับผลกระทบจากโครงการ ให้ชาวบ้านได้มีโอกาสมีที่ดินเป็นของตัวเองในการปลูกสร้างบ้านด้วย


ด้าน นาย มงคล ใบทอง ชาวนา ม.7 ต.เขาดิน หนึ่งในกลุ่มชาวบ้านที่ออกมารวมตัวเรียกร้องความเป็นธรรม บอกว่า ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา รวมถึงปีนี้ ยังไม่ได้ทำนาเลยเพราะน้ำจืดไม่มาแล้งมาก แถมที่นาก็อยู่นอกเขตชลประธานอีก แม้แต่ในเขื่อนยังไม่มีน้ำ จะเอาน้ำที่ไหนปล่อยมาให้ทำนา ปกติเดือนมิถุนายนต้องได้เริ่มทำนากันแล้ว เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ซื้อมา 5,000 บาท คงต้องนำไปคืนหรือไปเร่ขายแทน เพราะไม่มีน้ำให้ทำนา


สำหรับโครงการ EEC ที่ชาวเขาดินรอคอยมานาน ก็น่าจะเร่งดำเนินการให้เสร็จเร็วๆ ลูกหลานจะได้กลับมาทำงานใกล้บ้าน ได้อยู่พร้อมหน้าครอบครัว ส่วนคนที่ต่อต้านโครงการไม่คิดว่าเป็นชาวเขาดิน เพราะไม่ได้เข้าใจสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ว่า ตอนนี้ทำนาปลูกข้าวไม่ได้เลย คนรุ่นใหม่ๆ เองก็ทำนาไม่เป็นแล้ว อยากให้รัฐบาลส่งเจ้าหน้าที่ลงมาดูแลสภาพความเป็นอยู่ของชาวเขาดินว่า ต้องการอะไร มีอะไรพอจะช่วยพวกเราชาวบ้านได้บ้างก็ดี


ขณะที่กลุ่มชาวบ้าน ที่มารวมตัวในครั้งนี้ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมขอความเจริญลงพื้นที่แทนการทำเกษตรกรรมเหมือนเดิม เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่ไม่เหมาะกับการทำเกษตรแล้ว ส่วนเรื่องที่บอกมีนายทุนมาบีบให้ขายหรือถมดินล้อมบ้านเพื่อขับไล่นั้น ไม่เป็นเรื่องจริง ทางกลับกัน ตั้งแต่มีโครงการ EEC ได้สร้างที่อยู่ที่ทำมาหากินให้เป็นหมู่บ้านฯ อย่างมีระบบ มีผังเมืองที่ดี ซึ่งเกิดมาก็ไม่เคยได้ยินว่า จะมีโครงการไหนที่ทำให้ขนาดนี้ ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ไม่มี 75 ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนตามที่อ้าง คนที่มาเรียกร้องก็ไม่ใช่คนในพื้นที่ เป็นคนนอกพื้นที่ที่หวังผลประโยชน์


ปัจจุบันยังไม่มีการก่อสร้างใดๆที่ขวางทางน้ำตามที่กล่าวอ้าง การทำเกษตรกรรมเป็นสิ่งที่ดีและเป็นที่ภาคภูมิใจของคนทั้งประเทศ แต่ต้องดูด้วยว่าคนในพื้นที่ส่วนใหญ่จริงๆแล้วต้องการอะไร ปัจจุบันพื้นที่โครงการไม่ได้เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ ทำการเกษตรก็ได้ผลผลิตไม่มาก ดูจากจำนวนคนที่ทำการเกษตรในบริเวณนี้มีไม่กี่ครัวเรือน ที่พูดและกล่าวอ้างว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวทำการเกษตร จริงๆแล้วส่วนใหญ่อยู่ฝั่งตรงข้ามถนนไม่ใช่ตรงพื้นที่โครงการ เพราะพื้นที่ดังกล่าวปลูกข้าวก็เสียหาย น้ำไม่มี น้ำเค็มไหลย้อนเข้ามา พื้นที่แบบนี้จะให้ชาวบ้านทำอะไร มีโครงการดีๆ ก็มีกลุ่มบุคคลมาปลุกกระแสเพื่อหวังประโยชน์


“ชาวบ้าน ผ่านร้อนผ่านหนาวร่วมทุกข์ร่วมสุขกับโครงการมาอย่างยาวนาน พอจะได้รับการบังคับใช้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า กลับถูกกลุ่มคนไม่หวังดี เข้ามาขัดขวางก่อกวนในรูปแบบต่างๆ ในทุกวิถีทาง เพื่อให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงานของโครงการ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับชาว ต.เขาดิน ในทุกครัวเรือน และเพื่อต้องการให้มีการพัฒนาโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง เป็นไปตามแผนโครงการฯ ให้มีประสิทธิผลและเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จึงรวมตัวกัน เพื่อแสดงจุดยืนความต้องการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นไปตามนโยบายของทางราชการ และเพื่อความเจริญในพื้นที่ของพี่น้องชาว ต.เขาดิน” หนึ่งในตัวแทนชาวบ้าน กล่าวปิดท้าย