หลอกซื้อ ดาวน์รถหรู มูลค่า เสียหายกว่า 15 ล้านบาท (ชมคลิปคลิกเลย)

 

​ตำรวจกองปราบปรามกัดไม่ปล่อยแก๊ง ลวงซื้อดาวน์รถยนต์ มีผู้เสียหายกว่า 15 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 15 ล้านบาท กองปราบเตือนคนอยากมีรถ ให้ระวังคนร้ายแก๊งนี้ พูดจาดีโน้มน้าว ท่าทางแสดงความเชื่อถือ ให้ระวัง

​ตำรวจกองปราบ ตามแกะรอยแก๊งทรชนลวงคนอยากมีรถ ใช้เฟสบุ๊คเป็นเครื่องมือหลอกซื้อดาวน์รถ บ้านหรู เปิดเผยขึ้น กองปราบได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหาย จำนวน 15 ราย มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท ซึ่ง พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์ม่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาศ ผกก.3 บก.ป. และพวกร่วมกันสืบสวนจนแน่ชัดว่าแก๊งนี้อาศัยเปิดหน้าเฟสบุ๊ค หลอกคน ยากมีรถด้วยวิธี แยบยล จนผู้เสียหาย จำนวน 15 คน สูญเงินไปกว่า15 ล้านบาท

​เมื่อการสืบสวน มีพยานและหลักฐานแน่ชัด จึงขอหมายศาลเพื่อเข้าจับกุมคือ นาย ลาภวงศ์ วัชรวันทานนท์ หรือ กอล์ฟ ตามหมายศาลจังหวัดหัวหิน โดยแจ้งความฐานฉ้อโกงทรัพย์ ได้ตัวที่บริเวณหน้าร้านกาแฟ สนามกีฬาธูปะเตมีย์ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จากนั้นคุมตัวไปสอบสวนเพื่อขยายผล พบว่า รถของผู้เสียหายมีการโพสต์ขายทางโซเชียล นอกจากนี้ พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผกก.3บก.ป.ยังได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 60/247 หมู่บ้านกฤษดานคร 25 แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กทม. เพื่อเก็บเอกสารข้อมูลเพิ่มเติมในการนำไปสู่การติดตามเพื่อนร่วมแก๊งคนอื่นๆ

​ผลการตรวจสอบ สามารถยึดรถผู้เสียหายได้คืนบางส่วน นำส่งพนักงานสอบสวนและมีรถยนต์อีก จำนวน 65 คัน อยู่ในระหว่างดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
​อย่างไรก็ตาม ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งเตือนประชาชนทั่วไปและอยากมีรถยนต์ ซึ่งคนร้ายแก๊งนี้ได้ทำการปลอมแอฟพลิชั่นทางโซเชียลเน็ตเวิรค์ เป็นผู้รับซื้อขายรถยนต์ ทุกคนมีความรู้ด้านไอที เป็นอย่างดี พูดจาน่าเชื่อถือ ทำกันเป็นทีม จนผู้เสียหายหลงเชื่อ อันเป็นเทคนิคในการทำงานของแก๊งนี้
​ดังนั้น หากใครจะซื้อรถยนต์ ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดทุกขั้นตอนก่อนตัดสินใจซื้อหรือเสียเงินไปโดยไม่มีเอกสารใดๆ เพราะจะเป็นเหยื่อได้โดยง่าย ซึ่งคนร้ายอาศัยความอยากได้รถของผู้เสียหายเป็นจุดตายของวิธีการลวงเหยื่อตกปลาจากนั้นก็เชิดเงินหลบหนีหายไปในที่สุดที่สูญไปกว่า 15 ล้านบาท จากผู้เสียหาย 15 ราย ซึ่งตำรวจกองปราบได้คุมตัวไว้สอบสวนต่อไป

​โกสินธ์ จินาอ่อน ภาพ
​สายสัมพันธ์ โหลแก้ว รายงาน

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก หนังสือพิมพ์ สยามโฟกัสไทม์   http://www.siamfocustimenews.com