จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับแก็งค์ค้ายาเสพติดเครือข่ายภาคกลางรายใหญ่ที่สุด พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท(มีคลิป)

จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับแก็งค์ค้ายาเสพติดเครือข่ายภาคกลางรายใหญ่ที่สุด พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

วันนี้(14 มี.ค.2560)เวลา 14.00 น.ที่หน้าบริเวณกองบังคับการภายสืบสวนสอบสวนภูธรจังหวัดสระบุรี นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พล.ต.อัศวิน บุญธรรมเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 18 พล.ต.รังสรรค์ ยิ้มสู้ รองผู้อำนวยการ กอ.รมน.จังหวัดสระบุรี พลตำรวจตรีธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี นายสงวนศักดิ์ ศรีวัฒนพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญ ปปส.ภาค1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวนภูธรจังหวัดสระบุรี ทหาร ฝ่ายปกครอง ร่วมแถลงข่าวการเข้าจับกุมนายสถิตย์ เครือเขื่อนเพชร หรือถิต อายุ40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92/21ถ.ท่าเรือ- ท่าลาน ต.ท่าเรือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา นายภาณุ จอมสง่า หรือ ณุ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/3 ถ.ท่าเรือ-ท่าลาน ต.ท่าเรือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ค้ายาบ้ารายใหญ่เครือข่ายภาคกลางที่เป็นเอเย่นต์จำหน่ายให้กับลูกค้าบริเวณรอยต่อจังหวัดสระบุรีและจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 287 มัด รวมยาบ้าประมาณ 574,000 เม็ด พร้อมทรัพย์สินต่างๆ อีกหลายหลายการ มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท
ทั้งนี้เจ้าหน้าตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวนภูธรจังหวัดสระบุรี ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ทำการจับกุมกลุ่มผู้ลักลอบจำหน่ายยาบ้าในเขตบ้านหมอและอำเภอใกล้เคียงหลังจากการขยายผลของการปฏิบัติการกวาดล้างอาชญกรรมตามยุทธการฟ้าสางที่บ้านหมอ เมื่อเดือนที่ผ่านมา ต่อมาวันที่ 12 มีนาคม 2560 จึงได้ เข้าตรวจค้น บ้านต้องสงสัยบ้านเลขที่ 9/1 ม.1 ต. หนองขนาก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา สามารถจับกุมนายสถิต เครือเขื่อนเพชร กับนายภาณุ จอมสง่า พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 287 มัด รวมยาบ้าจำนวน 574,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง รถยนต์กระบะยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน หมายเลขทะเบียน ฆญ 8824 กรุงเทพฯ จำนวน 1 คัน รถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์ รุ่น 200 หมายเลขทะเบียน วภ 3377กรุงเทพฯ จำนวน 1 คัน บัตรเอทีเอ็มพร้อม สมุดฝากเงินอีกหลายเล่ม และได้ดำเนินการอายัดทรัพย์สินไว้ทั้งหมด


โดยผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาและยังรับอีกว่ายาบ้าดังกล่าวข้างต้นเป็นของบุคคลทั้งสองโดยอ้างว่ามีนายโย ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 30 ปี มี ภูมิลำเนาอยู่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเจ้าของยาบ้าดังกล่าวข้าง โดยได้โทรติดต่อให้นายสถิตฯ กับพวกไปนำยาบ้าที่เครือข่ายของตนเองวางไว้ในเขตสระบุรี แล้วนำมาเก็บไว้ที่บ้านนายสถิต ฯ เพื่อรอส่งมอบให้กับลูกค้าตามที่นายโยจะสั่งให้นำยาบ้าไปส่งมอบให้กับลูกค้าตามที่นัดหมาย โดยจะได้ค้าจ้างเป็นเงินมัดละ 1,000 บาท แล้วนำเงินที่ได้มาแบ่งกันคนละ 500 บาท โดยทำมาหลายครั้งมาแล้วจนมาถูกจับกุมได้ในครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าเป็นยาบ้าที่ลำเลียงมาจากทางเหนือ สำหรับ นายสถิตย์ เครือเขื่อนเพชร เคยต้องโทษคดีพยายามฆ่ามาแล้วและนายนายภาณุ จอมสง่า ก็เคยต้องโทษคดียาเสพติดมาแล้ว ส่วนนายโย ทางพนักงานสอบสวนจะรวบรวมหลักฐานและขออนุมัติหมายจับพร้อมสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายเพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไปส่วนผู้ต้องหาและของกลางนำส่งส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

/ภาพข่าวโดย ดำรงค์ ชื่นจินดา